1. ขั้นตอนการทำผ้ามัดย้อม (แบบง่าย - สีย้อมเย็น) เตรียมผ้า: ใช้ผ้าใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย 100%. ซักผ้าขาวเพื่อล้างแป้งออก แล้วบิดให้หมาดๆ. มัดลายผ้า: พับ, ขยำ, หรือห่อผ้าเป็นลวดลายต่างๆ. ใช้หนังยาง, เชือก, หรือด้ายมัดให้แน่น โดยเน้นบริเวณที่ต้องการให้สีเข้าไม่ถึง. เตรียมน้ำสี: ผสมสีย้อมผ้ากับน้ำอุ่น (ตามอัตราส่วนบนฉลากสี) และเกลือ (ช่วยให้สีติดดี). ย้อมสี: นำผ้าที่มัดแล้วจุ่มลงในน้ำสี ให้ท่วมตัวผ้า (ถ้าเป็นสีย้อมเย็นอาจแช่ไว้ 6-8 ชม. ในถุงซิปล็อก). เทคนิค: อาจโรยผงสีบนน้ำแข็งที่วางบนผ้าที่มัดแล้ว แล้วคลุมทิ้งไว้ให้ละลาย (มัดย้อมแบบน้ำแข็ง). แกะลาย: เมื่อครบเวลา นำผ้าขึ้นมาแกะหนังยาง/เชือกออกอย่างระมัดระวัง. ล้างและตาก: ล้างด้วยน้ำเปล่าหลายๆ ครั้งจนน้ำใส (ไม่จำเป็นต้องขยี้แรงๆ). ผึ่งลมหรือตากในที่ร่มให้แห้ง (การรีดหลังย้อมช่วยให้สีติดดีขึ้น).
2. ขั้นตอนการทำผ้ามัดย้อม (แบบง่าย - สีย้อมเย็น) เตรียมผ้า: ใช้ผ้าใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย 100%. ซักผ้าขาวเพื่อล้างแป้งออก แล้วบิดให้หมาดๆ. มัดลายผ้า: พับ, ขยำ, หรือห่อผ้าเป็นลวดลายต่างๆ. ใช้หนังยาง, เชือก, หรือด้ายมัดให้แน่น โดยเน้นบริเวณที่ต้องการให้สีเข้าไม่ถึง. เตรียมน้ำสี: ผสมสีย้อมผ้ากับน้ำอุ่น (ตามอัตราส่วนบนฉลากสี) และเกลือ (ช่วยให้สีติดดี). ย้อมสี: นำผ้าที่มัดแล้วจุ่มลงในน้ำสี ให้ท่วมตัวผ้า (ถ้าเป็นสีย้อมเย็นอาจแช่ไว้ 6-8 ชม. ในถุงซิปล็อก). เทคนิค: อาจโรยผงสีบนน้ำแข็งที่วางบนผ้าที่มัดแล้ว แล้วคลุมทิ้งไว้ให้ละลาย (มัดย้อมแบบน้ำแข็ง). แกะลาย: เมื่อครบเวลา นำผ้าขึ้นมาแกะหนังยาง/เชือกออกอย่างระมัดระวัง. ล้างและตาก: ล้างด้วยน้ำเปล่าหลายๆ ครั้งจนน้ำใส (ไม่จำเป็นต้องขยี้แรงๆ). ผึ่งลมหรือตากในที่ร่มให้แห้ง (การรีดหลังย้อมช่วยให้สีติดดีขึ้น).